แนวคิดแบบโมดูลาร์ของเครื่อง Powder Diffraction ของเรา

เครื่อง Powder XRD ของ STOE ทุกเครื่องพัฒนาบนพื้นฐานของ STADI P goniometer ดังนั้นขนาดตู้เครื่อง (cabinet) จะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเลือกชุด diffractometer แบบใดก็ตาม
เครื่อง STADI P หนึ่งชุดสามารถขยายเพิ่มเติมภายหลังได้ โดยติดตั้ง goniometer ตัวที่สองร่วมกับแหล่งกำเนิดรังสีเดียวกัน หรือเพิ่มแหล่งกำเนิดรังสีแยกต่างหากก็ได้
ในรุ่น STADI P COMBI ซึ่งติดตั้งหลอดกำเนิดรังสีเอกซ์ไว้ด้านบน ตัว goniometer จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับงานวิเคราะห์แบบ combinatorial ในโหมด transmission
สำหรับรุ่น STADI MP ตัว housing ของหลอด X-ray ถูกติดตั้งบนรางเลื่อน ทำให้สามารถเลื่อนปรับระยะได้ 3 ระยะจากตำแหน่งตัวอย่าง ส่งผลให้สามารถสลับระหว่างลำแสงแบบ convergent และ divergent ได้ จึงรองรับทั้ง geometry แบบ transmission และ reflection
อุปกรณ์เสริม เช่น แท่นวางตัวอย่าง (sample stages) สามารถถอดเปลี่ยนระหว่าง goniometer ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ด้วยแนวคิด plug-and-play ของเรา
เมื่อเพิ่มแผ่นป้องกันการกระเจิงของอากาศ (air scattering shields) ให้กับ detector รุ่น MYTHEN 4K และใช้รังสี Ag กับเครื่อง STADI P จะสามารถสร้างระบบ PDF (Pair Distribution Function) ภายในห้องปฏิบัติการ (in-house) ที่มีคุณภาพสูงได้
แนวคิดของเครื่อง Single Crystal Diffractometer
STOE STADIVARI คือเครื่อง single crystal diffractometer แบบ four-circle รุ่นทันสมัยของเรา ผลิตด้วยความแม่นยำสูงมาก (ค่า sphere of confusion radius < 5 ไมโครเมตร)
โครงสร้างพื้นฐานของเครื่องประกอบด้วยฐานเครื่องและชุดอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมวงแหวนการหมุน 2θ, ω และ φ
ความเป็นโมดูลาร์ของ STADIVARI เริ่มต้นที่ชุด Eulerian cradle (χ-circle) โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ระหว่างระบบ χ แบบคงที่ หรือช่วงการหมุน χ ได้สูงสุดถึง 90° ในโปรแกรมมาตรฐานของเรา
สำหรับความต้องการเฉพาะทาง เราเคยออกแบบ STADIVARI แบบพิเศษ เช่น ระบบ inverted φ geometry , ระบบ Eulerian cradle จัดวางในแนวตั้ง
ในส่วนของ detector เราแนะนำ hybrid pixel detectors คุณภาพสูงจาก DECTRIS ซึ่งมีตัวเลือกทั้งเซนเซอร์ซิลิคอน (Si) หรือ CdTe และมีขนาดพื้นที่รับสัญญาณ (active area) หลายแบบ
อย่างไรก็ตาม ด้วยซอฟต์แวร์ X-Area การเชื่อมต่อ detector จากแบรนด์อื่น (เช่น RebirX เป็นต้น) ก็สามารถทำได้โดยไม่มีปัญหา
Powder Diffraction Instruments
STOE STADI P
เครื่อง STOE STADI P เป็น goniometer แบบ two-circle ที่มีความแม่นยำสูงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ถือเป็นพื้นฐานของระบบ Powder Diffraction แบบ Building Block ของ STOE
เครื่องสามารถติดตั้งได้ทั้งแนวตั้งหรือแนวนอน และสามารถประกอบใช้งานได้ใน geometry แบบ Transmission / Debye–Scherrer หรือ Bragg–Brentano
นอกจากนี้ ยังสามารถติดตั้ง STADI P goniometer จำนวน 2 ชุดภายในตู้เดียวกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าแบบเดียวกันหรือต่างกัน ทำให้ได้เครื่องมือ 2 ระบบที่ทำงานแยกอิสระจากกันโดยสมบูรณ์
หรืออีกทางเลือกหนึ่ง goniometer ทั้งสองสามารถใช้แหล่งกำเนิดรังสี (X-ray source) ร่วมกันได้
คุณสมบัติเด่น
• รองรับตัวตรวจจับรังสีเอกซ์แบบ single-photon-counting หลายรุ่น
• ให้รังสีบริสุทธิ์แบบ Kα1 โดยใช้แหล่งกำเนิด Co, Cu, Mo และ Ag
• เป็นแพลตฟอร์มระดับสูงสำหรับการคำนวณ PDF (Pair Distribution Function) ในห้องปฏิบัติการ โดยใช้ข้อมูล Ag Kα1
• รองรับโหมด Transmission / Debye–Scherrer หรือ Bragg–Brentano
• เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการวิเคราะห์ตัวอย่างที่ไวต่ออากาศ/ความชื้น และตัวอย่างขนาดเล็ก (microsamples)
• มีอุปกรณ์เสริมสำหรับการทดลองที่อุณหภูมิสูงและต่ำให้เลือกหลากหลายรูปแบบ
STOE STADI MP
เครื่อง STADI MP ผสานการทำงานของ diffractometer สองรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ Transmission / Debye–Scherrer และ Bragg–Brentano พร้อมทั้งมีชุดเสริมสำหรับงาน micro-diffraction เพิ่มเติม

คุณสมบัติเด่น

• รองรับตัวตรวจจับรังสีเอกซ์แบบ single-photon-counting หลายรุ่น
• รองรับอุปกรณ์เสริมสำหรับการทดลองที่อุณหภูมิสูงและต่ำ
• รองรับโหมด Transmission / Debye–Scherrer, โหมด High Flux และ Bragg–Brentano
• สามารถเลือก geometry ได้โดยการเลื่อนตำแหน่งชุดหลอดกำเนิดรังสี (sliding tube housing)
• ใช้ X-ray optic เพียงชุดเดียว (Johann-type monochromator) สำหรับทุก geometry — ไม่ต้องถอดเปลี่ยนและไม่ต้องตั้งแนวใหม่ (no realignment necessary)
• ทุก geometry ทำงานด้วยรังสีบริสุทธิ์แบบ Kα1 จากแหล่งกำเนิด Co, Cu, Mo หรือ Ag

STADI PI COMBI

พัฒนาต่อยอดจากระบบ STADI P ที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง STOE ได้ออกแบบเครื่อง Powder Diffractometer สำหรับงาน high-throughput และ combinatorial measurements ใน geometry แบบ Transmission

ด้วยแท่นวางตัวอย่างที่ออกแบบเฉพาะ รองรับระบบกริดแบบ x-y ที่ปรับกำหนดได้ (user definable x-y grid) และสามารถใส่ถาดตัวอย่างแบบ slide-in ได้จำนวนมาก เช่น ถาด 96 sample well plate ทำให้ STADI P COMBI ให้ประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งคงข้อดีทั้งหมดของระบบ STADI P ไว้ครบถ้วน

คุณสมบัติเด่น

• รองรับการวิเคราะห์แบบ high-throughput สำหรับการระบุ phase และการตรวจสอบความคล้ายคลึงของตัวอย่าง
• แท่นวางตัวอย่างรองรับได้สูงสุด 96 ตำแหน่ง
• กำหนดรูปแบบกริด x-y ได้ตามต้องการ
• ให้รังสีบริสุทธิ์แบบ Kα1 โดยใช้แหล่งกำเนิด Co, Cu, Mo หรือ Ag
• ทำงานใน geometry แบบ Transmission

Single Crystal Diffraction Instruments

STOE STADIVARI

ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย STOE STADIVARI สามารถติดตั้งได้ทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน รองรับทั้งงาน single crystal diffraction และ powder diffraction โดยชุด open Eulerian cradle มีพื้นที่เพียงพอสำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น high-pressure cells, อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิสูงหรือต่ำ และอุปกรณ์เฉพาะทางอื่น ๆ
ในระบบ dual beam setup สามารถจัดชุดแหล่งกำเนิดรังสีได้หลายรูปแบบ ได้แก่ แบบ sealed tube จำนวน 2 หลอด แบบ sealed tube 1 หลอด + microfocus BDS 1 ชุด และ แบบ microfocus BDS จำนวน 2 ชุด นอกจากนี้ STADIVARI ยังทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ STOE X-AREA ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
คุณสมบัติเด่น
• goniometer แบบยืดหยุ่น 
• ค่า sphere of confusion ต่ำกว่า 0.005 มม.
• รองรับแหล่งกำเนิดรังสีหลายรูปแบบ (sealed tubes มาตรฐาน, microfocus sources, MetalJet หรือ synchrotron beam)
• รองรับ hybrid pixel detector ความเร็วสูงพิเศษ (ตระกูล EIGER และ PILATUS เต็มรูปแบบ)
• รองรับอุปกรณ์เสริมสำหรับการทดลองในสภาวะไม่ปกติ เช่น อุณหภูมิสูง/ต่ำ และความดันสูง

IPDS Series

เครื่องในตระกูล STOE IPDS มีชื่อเสียงด้านความน่าเชื่อถือสูง ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลากหลายประเภท เช่น การวิเคราะห์โครงสร้างโมเลกุลขนาดเล็ก (small molecules), โปรตีน และการวัด electron density อีกทั้งยังเปิดพื้นที่รอบตัวอย่างได้เต็มที่ ทำให้ง่ายต่อการติดตั้งอุปกรณ์เสริมสำหรับการทดลองที่อุณหภูมิสูง/ต่ำ รวมถึง high-pressure cells
สำหรับรุ่น IPDS 2T สามารถหมุน goniometer ทั้งชุดรอบแกน θ ได้สูงสุดถึง 60° ทำให้ได้ค่า 2θmax สูงสุด 137° นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มแหล่งกำเนิดรังสีชุดที่สองได้ ทำให้เป็น diffractometer ที่มีความยืดหยุ่นโดดเด่นเป็นพิเศษ
ไม่ว่าจะเป็นการแก้โครงสร้างของโมเลกุลขนาดเล็กและโปรตีน การวิเคราะห์ electron density หรือแม้แต่งาน powder diffraction ก็สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย IPDS 2T

คุณสมบัติเด่น

  • เครื่องเดียวรองรับทั้งงาน small molecules และโปรตีน
  • ช่วง dynamic range สูงมาก (> 1:10⁵)
  • ค่าพื้นหลังต่ำมาก (ไม่มี dark current)
  • เหมาะอย่างยิ่งสำหรับตัวอย่างที่กระเจิงรังสีอ่อน (weak scatterers)
  • ให้ค่าความเข้มที่เชื่อถือได้ทั้ง reflection ที่อ่อนมากและแรงมาก ภายในเฟรมเดียวกัน
  • อายุการใช้งานยาวนาน บำรุงรักษาต่ำ และต้นทุนการครอบครองต่ำ
  • เก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 2θ = 137° (รุ่น 2T)
  • เหมาะสำหรับการใช้รังสี Co และงานวิเคราะห์ electron density (รุ่น 2T)
Powered by MakeWebEasy.com
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  และ  Cookies Policy