EDS ทำงานอย่างไร?
EDS ทำงานโดยการวัดพลังงานและความเข้มของรังสีเอกซ์ (X-rays) ที่ปล่อยออกมาจากตัวอย่าง เมื่อถูกกระตุ้นด้วยลำอิเล็กตรอนจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ขึ้นอยู่กับประเภทของกล้องที่ใช้งาน หากใช้ร่วมกับ SEM จะเรียกว่า SEM-EDS และหากใช้ร่วมกับ TEM จะเรียกว่า TEM-EDS
ในระหว่างการวิเคราะห์แบบ EDS ลำอิเล็กตรอนพลังงานสูงจากกล้องจะทำปฏิกิริยากับอะตอมภายในตัวอย่าง การปฏิสัมพันธ์นี้ก่อให้เกิดผลหลายประการ หนึ่งในนั้นคือการดีดอิเล็กตรอนวงใน (inner-shell electron) ของอะตอมออกไป ทำให้เกิดตำแหน่งว่างของอิเล็กตรอน (electron vacancy) จากนั้นอิเล็กตรอนพลังงานสูงจากวงนอก (outer-shell electron) จะเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่
เมื่ออิเล็กตรอนจากวงนอกตกลงสู่ระดับพลังงานที่ต่ำกว่า พลังงานส่วนเกินจะถูกปล่อยออกมาในรูปของรังสีเอกซ์
รังสีเอกซ์ที่เกิดขึ้นในกระบวนการนี้เรียกว่า Characteristic X-rays เนื่องจากค่าพลังงานของรังสีเอกซ์มีลักษณะเฉพาะสำหรับแต่ละธาตุ การตรวจจับและวัดค่าพลังงานของรังสีเอกซ์เหล่านี้จึงสามารถใช้ระบุได้ว่ามีธาตุใดอยู่ในตัวอย่าง และมีปริมาณมากน้อยเพียงใด
การตรวจจับและวัดรังสีเอกซ์ที่ปล่อยออกมาจะดำเนินการโดยตัวตรวจจับชนิด SDD (Silicon Drift Detector) โดยในแต่ละพิกเซลของการวัด ระบบจะบันทึกค่าพลังงานและความเข้มของรังสีเอกซ์ จากนั้นซอฟต์แวร์จะใช้ฐานข้อมูลสเปกตรัม (spectral library) เพื่อระบุชนิดของธาตุจากค่าพลังงานของ Characteristic X-rays และคำนวณปริมาณจากค่าความเข้มที่วัดได้